การจัดทำหนังสั้นที่มีอิสระในการแสดงออก

หนังสั้นกาลาปากอส_Kangsom_1หนังสั้น คือหนังที่ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของภาพยนตร์ต่างๆที่เห็นอยู่ในยุคปัจจุบัน คือหนังที่มีความยาวไม่เกิน 30 นาทีด้วยข้อกำหนดของเรื่องเวลาจึงทำให้ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเนื้อเรื่องหรือการดำเนินเรื่องจึงไม่เน้นที่มีเหตุการณ์ซับซ้อนเพื่อที่จะให้คนดูเข้าใจและให้เหมาะสมกับเวลา จุดเริ่มของหนังสั้นในไทยเริ่มขึ้นมาเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นคนที่เรียนทางด้านภาพยนตร์ ในปีสุดท้ายจะต้องทำงาน Final Project ส่งเพื่อจะจบการศึกษา ซึ่งงานที่นักศึกษาจะต้องส่งก็คือหนังสั้น เพราะว่าไม่มีทุนที่จะไปลงทุนทำหนังใหญ่และหนังยาว และพอทำเสร็จก็จะมีการจัดฉายขึ้นภายในสถาบันของตัวเองด้วย มาถึงยุคนี้ซึ่งเป็นยุคบูมของหนังสั้นเลยก็ว่าได้ เราวัดได้จากจัดการประกวดการทำหนังสั้นไม่ว่าจะเป็นการทำหนังสั้นจากมือถือ ที่เป็นเวทีจากโนเกีย การประกวดหนังสั้นของคลื่นเด็กอ้วน Fat Radio นั่นทำให้เราเห็นว่าตลาดของหนังสั้นนั้นมันโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยการที่ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ มีอิสระในการคิดที่จะทำ

สิ่งที่สำคัญในการเขียนบทหนังสั้นคือการเริ่มค้นหาวัตถุดิบหรือแรงบันดาลใจให้ได้ว่าเราอยากจะพูด จะนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับอะไร ตัวเราเองมีแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆอย่างไร ซึ่งแรงบันดาลใจในการเขียนบทที่เราสามารถนำมาใช้ได้ก็คือ ตัวละคร แนวความคิด และเหตุการณ์ และควรจะมองหาวัตถุดิบในการสร้างเรื่องให้แคบอยู่ในสิ่งที่เรารู้สึก รู้จริง เพราะคนทำหนังสั้นส่วนใหญ่มักจะทำเรื่องที่ไกลตัวหรือไม่ก็ไกลเกินไปจนทำให้เราไม่สามารถจำกัดขอบเขตได้ เมื่อเราได้เรื่องที่จะเขียนแล้วเราก็ต้องนำเรื่องราวที่ได้มาเขียนโครงเรื่องว่าใคร ทำอะไร กับใคร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไร เพราะอะไร และได้ผลลัพธ์อย่างไร ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือข้อมูลหรือวัตถุดิบที่เรามีอยู่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนว่ามีแนวคิดมุมมองต่อชีวิตคนอย่างไร เพราะความเข้าใจในมนุษย์ ยิ่งเราเข้าใจมากเท่าไร เราก็ยิ่งทำหนังได้ลึกมากขึ้นเท่านั้น

จุดเด่นของภาพยนตร์สั้นนั้นจะมีอิสระในการแสดงออกทั้งเนื้อหาจะวิพากษ์วิจารณ์การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม หรือสังคมอย่างรุนแรงก็ได้ เนื่องจากภาพยนตร์สั้นมักจะฉายชมกันเฉพาะกลุ่ม ส่วนรูปแบบจะวิจิตรพิสดารอย่างไรก็ได้ ดูเข้าใจยากก็ได้เข้าใจง่ายก็ได้ ซึ่งต่างจากภาพยนตร์เรื่องยาวที่จะต้องดูเข้าใจง่าย เป็นเรื่องราวที่น่าติดตามและใช้ดารามีชื่อแสดงนำ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไม่มีฉากอันไม่เหมาะสมที่ทำให้ถูกเซนเซอร์ ภาพยนตร์สั้นที่มีอิสระในการแสดงออกนี่เอง จึงเป็นภาพยนตร์ที่เป็นที่นิยมของคนรักศิลปะโดยทั่วไป ข้อสังเกตที่เด่นชัดอีกอย่างหนึ่งของภาพยนตร์สั้นนั้นก็คือมักจะมีประเด็นนำเสนอไม่สลับซับซ้อน มีตัวละครหลักเพียง 1-2 ตัว มีตัวประกอบไม่มาก ภาพยนตร์สั้นมักลงทุนไม่สูงนัก เนื่องจากไม่ได้ทำเพื่อฉายตามโรงภาพยนตร์ สำหรับในต่างประเทศที่วงการศิลปะเจริญกว่าเมืองไทยจะมีช่องทางนำเสนอผลงานหลาย เช่น พิพิธภัณฑ์ เทศกาลภาพยนตร์ โรงเรียนภาพยนตร์ หอศิลป ศูนย์วัฒนธรรมต่างๆ บางครั้งจำหน่ายได้ด้วย

การใช้ภาพยนตร์ในการเรียนการสอนเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น

ภาพยนตร์เป็นอนุกรมหนึ่งของภาพนิ่ง ตามปกติถ้าเป็นภาพยนตร์ทางการศึกษา นิยมใช้ฟิล์มขนาด 16 มม. และ 8 มม. เมื่อฉายด้วยเครื่องฉายจะได้ภาพที่มีลักษณะเคลื่อนไหว ใช้เวลาในการฉายแตกต่างกันไปตามความประสงค์ที่ต้องการใช้ ภาพยนตร์ 8 มม. ที่ผลิตขึ้นมาใช้ในวงการศึกษานี้นิยมผลิตออกมาในรูปแบบฟิล์มลูฟ เป็นภาพยนตร์สั้นๆ เชื่อมหัวท้ายของฟิล์มเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะภาพยนตร์จะฉายต่อเนื่อกันไป จะหยุดดูภาพตอนใดก็ได้ ส่วนมาจะสอนให้ความคิดรวบยอดเพียง 1 ความคิดเท่านั้น

ประโยชน์และคุณค่าของภาพยนตร์
ภาพยนตร์มีประโยชน์และคุณค่าในการเรียนการสอนมากมายเช่น
1. ภาพยนตร์ช่วยเชื่อมการเห็นภาพลักษณะเคลื่อนไหวกับเสียงบรรยายประกอบด้วยการใช้ประสาทรับรู้ถึง 2 อย่างทั้งจากการได้เห็นและการได้ยินในขณะเดียวกันนี้เอง ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ
2. ภาพยนตร์ช่วยขจัดอุปสรรคในด้านความสามารถในการเรียนรู้ภาพยนตร์เป็นเสมือนผู้สื่อสารที่มีแนวคิดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะใช้ทักษะการอ่านเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง นักเรียนที่ประสบปัญหาความยุ่งยากหรือไม่เข้าใจ ประสบการณ์การเรียนรู้บางอย่างที่มีความซับซ้อน เช่น เรื่องกระแสไฟฟ้าหรือเรื่องปฏิกิริยานิวเคลียร์ ภาพยนตร์จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยเทคนิคการใช้งานกราฟิก และเทคนิคการถ่ายทำเข้าช่วยจะทำให้นักเรียนเข้าใจในบทเรียนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้กระจ่าง นอกจากนี้ผู้เรียนที่ขาดความสนใจในบทเรียนก็สามารถแก้ไขได้โดยใช้ภาพยนตร์เกี่ยวกับการแสดง หรือภาพยนตร์สีธรรมชาติ ภาพที่มีลักษณะการเคลื่อนไหวจะทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนมากขึ้นได้
3. ภาพยนตร์ช่วยสร้างสิ่งต่างๆในอดีตได้ เช่น เหตุการณ์ต่างๆในประวัติศาสตร์ ทำให้น่าตื่นเต้นและเชื่อถือได้โดยการแสดงนาฏกรรมต่างๆ
4. ภาพยนตร์ช่วยสร้างประสบการณ์ “ร่วม”ช่วยเชื่อมประสบการณ์ที่แตกต่างกันของสมาชิกในกลุ่มได้ เช่น ใช้ภาพยนตร์ที่ใช้การแสดงบทบาทเพื่อสร้างปัญหาสำหรับการทุกคนได้มีประสบการณ์ร่วมกันได้ก็เพราะการประยุกต์ใช้เนื้อหาของภาพยนตร์นั้น นั่นเอง
5. ภาพยนตร์สามารถแสดงการการกระทำที่ติดต่อเนื่องกันให้เห็นและทำได้เหมือนสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติได้ ซึ่งสื่อชนิดอื่นโดยเฉพาะสื่อทางภาษา หรือสื่อสิ่งพิมพ์ไม่สามารถจะทำได้ เช่น เทคนิคการถ่ายทำแบบสโลโมชั่น หรือเทคนิคแอนนิเมชั่น ฯลฯ เป็นต้น
6. ภาพยนตร์ทำให้เห็นประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างใกล้ชิด การสาธิตของผู้ทรงคุณวุฒิถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ ทำให้เห็นการแสดงการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆแสดงขั้นตอนประกอบการบรรยาย โดยถ่ายแบบระยะใกล้ ทำให้ผู้เรียนทุกคนได้เห็นภาพชัดเจนได้เห็นขั้นตอนต่างๆของการสาธิตวิธีการหรือขั้นตอนของกระบวนการต่างๆได้ชัดเจนกว่าการสอนแบบปกติ
7. ภาพยนตร์เอาชนะอุปสรรคทางกายภาพในการเรียนหลายด้าน เช่น สามารถเรียนรู้โลกภาพนอกได้กว้างขวาง เช่น การศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน สเปน ฯลฯ หรือชีวิตสัตว์ใต้ทะเล
การทัศนศึกษา ภูมิประเทศถิ่นทะเลทราย ภูเขา ป่าไม้ ฯลฯ โดยภาพยนตร์
8. ภาพยนตร์บางชนิดสามารถใช้ในการทดสอบได้ด้วยคุณสมบัติของภาพยนตร์ที่มีความยืดหยุ่นได้เช่น ใช้บางตอนไม่จำเป็นจะต้องใช้ทั้งเรื่องก็ได้ ปิดเสียงบรรยายตามตอนที่ต้องการก็ได้ เราสามารถทำภาพยนตร์มาใช้เป็นเครื่องมือการทดสอบความเจริญก้าวหน้าทางการเรียนรู้ของผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ด้านต่าง

ขีดจำกัดของภาพยนตร์
1. ราคาค่อนข้างแพง ทำให้จำนวนภาพยนตร์ที่ต้องใช้ไม่เพียงพอกับความต้องของผู้ใช้
2. การใช้เครื่องฉายภาพยนตร์ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญ ใช้เครื่องฉายได้ยากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ

การเรียนการสอนด้วยภาพยนตร์
เราสามารถใช้ภาพยนตร์ในการเรียนการสอนได้หลายทางคือ
1. ใช้เสนอเนื้อหาของบทเรียนโดยตรง ทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างกว้างขวาง
2. ใช้เพื่อเร้าความสนใจของผู้เรียน ให้มีความตั้งใจในการเรียน
3. เพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะที่ต้องการ
4. ใช้เปลี่ยนความคิดรวบยอด และทัศนคติเป็นไปในทางที่พึงปรารถนา
5. แนะนำปัญหาต่างๆ เพื่อประยุกต์ใช้ในกิจกรรมเรียนแบบแก้ปัญหาหรือเพื่อการแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล
6. ใช้ในการศึกษาเป็นรายบุคคล
7. ใช้เป็นข้อสนเทศ เพื่อประกอบกิจกรรมอย่างอื่น เช่น เป็นข้อสนเทศในกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่
8. ใช้ทบทวน สรุป บทเรียน หรือหน่วยการเรียนรู้
9. ใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือทดสอบหรือประเมินผลความรู้ความสามารถ ทักษะและเจตคติของผู้เรียน ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ที่กำหนดไว้

การวิเคราะห์บทบาทและสถานการณ์ของภาพยนตร์ทั้งต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย

36

ภาพยนตร์เป็นศิลปะด้านสุนทรียศาสตร์ซึ่งเป็นศิลปะแขนงที่ 7 ที่รวมเอาศิลปะแขนงอื่นๆ รวมเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นสื่อที่มีพลังและอิทธิมากที่สุดในการโน้มน้าวใจผู้ดู ดังนั้นธุรกิจภาพยนตร์จึงยังคงมีชีวิตอยู่รอดได้ในวงจรสื่อสารมวลชน และพัฒนาขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรม และธุรกิจข้ามชาติไปแล้ว ในการวิเคราะห์บทบาทและสถานการณ์ของภาพยนตร์ทั้งต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย อาศัยทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การเมืองมาเป็นกรอบอธิบาย เพื่อหาคำตอบว่า ภาพยนตร์มีบทบาทอย่างไรต่อบุคคล สังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัตถุนิยมเป็นเอกลักษณ์ในการมองโลกอย่างเป็นพื้นฐาน โดยได้อธิบายความหมายของวัตถุออกเป็นนัย คือ วัตถุนิยม หมายถึง ความชื่นชมนิยมในวัตถุเชื่อว่าโลกและสังคมที่ดำรงอยู่นั้นมิได้เกิดจากเจตน์จำนงของมนุษย์คนใดคนหนึ่ง แต่พัฒนาการไปตามระบบความสัมพันธ์ทางการผลิตของสังคมนั้น วัตถุนิยม หมายถึง จิตสำนึกของบุคคลเกิดจากการดำรงอยู่จริงของบุคคล เป็นปัจจัยกำหนดความหมายและความเป็นจริงของวัตถุ หมายความว่าจุดศูนย์กลางทางความคิดมิได้อยู่ที่บุคคล แต่ที่อยู่วัตถุเป็นตัวกำหนดความคิดความพอใจ เช่น มีผู้มาบริการนมสด 1 แก้ว แต่มีคนมาแอบดื่ม เหลือเพียง 1/5 แก้ว บุคคลจะมีมุมมองวัตถุที่ต่างกันก็ได้ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกที่มีจริง เป็นจริง ของบุคคลคนนั้นคนหนึ่งอาจโกรธพร้อมอุทานใครนะมาลักดื่มนมเกือบหมดเลยแต่อีกคนหนึ่งอาจคิดว่า อ้อโชคดีที่ยังเหลือนมไว้ให้บ้าง

ทำให้เกิดประเด็นคำถามที่ต้องแสวงหาองค์ความรู้ต่อไปว่าใครเป็นเจ้าของสื่อภาพยนตร์ และธุรกิจภาพยนตร์ ทั้งโดยพฤตินัย และนิตินัยสื่อมวลชน มีบทบาทอะไรต่อการสร้างสรรค์จิตสำนึกของประชาชน และวัฒนธรรมของประชาชน ในการนำเสนอผ่านภาพยนตร์เนื้อหา สาระ ค่านิยม ที่จะบรรจุลงไปในภาพยนตร์มีขอบเขตเพียงไร เพื่อใคร ผลที่เกิดขึ้นมีผลต่อสังคมอย่างไร ธุรกิจภาพยนตร์ในระดับล่าง (คนทำหนังแผ่น) และระดับบน รวมทั้งระดับชาติ (ภาพยนตร์ต่างประเทศ) ใครเป็นผู้กำหนดโครงสร้าง และควบคุม ที่แท้จริง กล้องถ่ายหนังตัวแรก ในปี ค.ศ.1888 โธมัส อัลวา เอดิสัน กับ วิลเลี่ยม ดิคสัน เกิดความคิดจะผลิตกล้องสำหรับถ่ายทำเรียกว่า Kinetographแต่ผลลัพท์ไม่น่าพอใจ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนต่อมา ดิคสัน สามารถพัฒนาเครื่อง Kinetograph ให้ใช้งานได้คล่องมากขึ้น และยังประดิษฐ์เครื่องจัดแสดงภาพเคลื่อนไหวเรียกว่า Kinetoscope มีลักษณะเป็นตู้สูงขนาดเอว ต้องดูในแบบถ้ำมองทีละคน และหยอดเหรียญครั้งละ 1 เพนนี เครื่อง Kinetoscopeออกแสดงครั้งแรกต่อสาธารณชน เมื่อวันที่ 14 เมษายน ปี 1894 หนังแต่ละเรื่องที่จัดแสดงในเครื่องถ้ำมอง กินเวลาเพียงไม่กี่วินาที ยุคของ Kinetographกับ Kinetoscopeเรียกกันว่าเป็นยุค Filmstrips บางทีก็เรียกว่า Pennyarcade

การศึกษาเพื่อก้าวสู่เส้นทางอาชีพและความสำเร็จในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

ในปัจจุบัน สายงานในวงการบันเทิงนับว่าเป็นสายงานที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มน้องๆวัยรุ่นวัยเรียนอย่างมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งน้องๆนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงน้องๆระดับมัธยมศึกษา ซึ่งน้องๆหลายคนก็มีความใฝ่ฝันที่จะได้ทำงานวงการบันเทิงในหลากหลายสาขาทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง สายงานภาพยนตร์ก็เป็นอีกหนึ่งสายงานในวงการบันเทิงที่น้องๆหลายคนใฝ่ฝันซึ่งในประเทศไทยมีหลายสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชาภาพยนตร์ แต่มีน้องๆอีกหลายคนที่ใฝ่ฝันอยากจะไปศึกษาต่อสาขาภาพยนตร์ในต่างประเทศ โดยประเทศที่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ชั้นนำของโลกอย่าง ฮอลลิวูด ของสหรัฐอเมริกา นับเป็นประเทศที่มีนักเรียนที่สนใจในการทำภาพยนตร์จากหลายประเทศและนักเรียนไทยอยากไปเรียนต่อสาขานี้ที่นั่น

งานด้านภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลเป็นงานมีคุณค่าทั้งในเชิงธุรกิจและเชิงศิลปะ เนื่องจากเป็นงานที่เข้าไปมีบทบาทและความสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ในฐานะที่เป็นสื่อที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิง และในแง่ของการเป็นธุรกิจที่กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับสังคมและประเทศอย่างต่อเนื่อง หลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลจึงเป็นการออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลโดยเฉพาะ โดยการเรียนการสอนจะมุ่งเน้นไปที่การเรียนรู้ ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติงานจริงในห้องปฏิบัติงานที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออันทันสมัย จากการสอนของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล ทั้งมีการเพิ่มพูนทักษะแก่นักศึกษา ด้วยการเชิญบุคลากรผู้อยู่ในสาขาอาชีพการผลิตภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล มาเป็นวิทยากรและอาจารย์พิเศษ นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถเลือกเรียนเจาะลึกในแขนงต่างๆที่ตนสนใจและมีความถนัด จากวิชาเอกเลือกหรือวิชาโทต่างๆที่มีในหลักสูตร เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าสู่โลกแห่งการทำงานจริง พร้อมทั้งยังได้มีโอกาสเข้าฝึกงานกับบริษัทภาพยนตร์ชั้นนำเมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วนักศึกษาสามารถประกอบอาชีพด้านภาพยนตร์ในแขนงที่ตนสนใจและมีความถนัด และยังสามารถเข้าศึกษาต่อในระดับสูงของสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

เรียนภาพยนตร์และโทรทัศน์ต่างประเทศสำหรับผู้ที่หลงใหลในภาพยนตร์

ทุกวันนี้เทคโนโลยีในการผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ก้าวหน้าไปไกลมาก และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงมาก แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ยังสามารถนำมาใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ได้ คนทำภาพยนตร์จึงมีทางเลือกในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานมากขึ้น ทำให้มีเทคนิคทางภาพยนตร์ใหม่ๆ อย่างเช่น CGI และ ภาพยนตร์สามมิติ เกิดขึ้นมากมาย และยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หากคุณหลงใหลในภาพยนตร์ ต้องการเรียนรู้กระบวนการผลิตภาพยนตร์ที่ดี สนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และสนใจความเป็นไปในอนาคตของวงการภาพยนตร์ การเรียนคอร์สนี้ก็น่าจะเหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง ทักษะสำคัญสำหรับผู้สนใจศึกษาด้านภาพยนตร์คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ผ่านการชมภาพยนตร์ รวมถึงจะต้องมีศักยภาพในการผลิตภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม และสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของภาพยนตร์ เข้ากับบริบททางสังคมและประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

การเรียนในมหาวิทยาลัยจะทำให้คุณได้รับทักษะมากมาย ที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณก้าวสู่อาชีพในฝัน งานด้านภาพยนตร์คือหนึ่งในอาชีพที่ประสบการณ์ทำงาน และคอนเนคชั่นที่ดีมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงาน คุณควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพราะนอกจากจะสะดวกต่อการขอเข้าไปฝึกปฏิบัติงานแล้ว คุณยังจะได้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ในวงการไว้อีกด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในอนาคต เมื่อเลือกเรียนหลักสูตรภาพยนตร์และโทรทัศน์ คุณอาจเกิดคำถามว่า คุณสนใจเรียนคอร์สทางด้านไหนของภาพยนตร์ และมหาวิทยาลัยที่เลือกจะมีคอร์สที่คุณต้องการหรือไม่ ไม่ว่าคุณต้องการเรียนเน้นไปทางการกำกับและเขียนบท หรือ ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อังกฤษ ก็มีหลักสูตรให้เลือกมากมาย คุณควรพิจารณาเลือกคอร์สที่มีชื่อเสียงในด้านที่คุณสนใจ และตรวจสอบเนื้อหารายวิชาด้วยว่าตรงกับความต้องการของตัวเองหรือไม่

การเลือกสถานที่ตั้งของสถานศึกษาให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของคุณ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องตัดสินใจให้รอบคอบ หากคุณชื่นชอบการหาประสบการณ์ใหม่ๆ และพบปะผู้คนที่หลากหลาย คุณควรมองหามหาวิทยาลัยใจกลางเมืองใหญ่ ที่คึกคักมีสีสัน มีกิจกรรมให้ทำตลอดเวลา แต่หากคุณชอบอยู่อย่างสงบและสร้างความสัมพันธ์กับคนกลุ่มเล็กๆ ก็ควรเลือกมหาวิทยาลัยในเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบและอบอุ่น

ค่าธรรมเนียมการศึกษาและเกรดของคุณ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะกำหนดเกรดไว้ค่อนข้างสูงทีเดียว อย่าลืมตรวจเช็คให้แน่ใจว่าเกรดของคุณผ่านเกณฑ์การรับสมัครไหม คุณมีปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือไม่? ถ้ามีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย คุณควรมองหามหาวิทยาลัยที่มีทุนสนับสนุนสำหรับนักศึกษาขาดแคลนไว้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งด้วย